แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บทความอาจารย์สอบตก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บทความอาจารย์สอบตก แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

หมอดูเกือบตกงาน ตอน สัดส่วนเท่าไหร่?


หมอดูเกือบตกงาน  ตอน  สัดส่วนเท่าไหร่?
อาจารย์สอบตก...

เย็นวันหนึ่ง ณ บ้านของผู้จัดการโกดังบริษัทแห่งหนึ่ง  ซึ่งใช้เวลาว่างรับพยากรณ์เป็นอาชีพเสริมมากว่ายี่สิบปี   มีหญิงมีอายุแต่งกายภูมิฐานคนหนึ่งเข้ามาพบและขอให้ดูดวงให้เธอ

ลูกค้าหญิง     สวัสดีค่ะ คุณหมอ  คือว่า เพื่อนดิฉันแนะนำมาให้มาดูดวงกับคุณหมอค่ะ
คุณหมอ        สวัสดีครับ  งั้นขอทราบวันเดือนปีเกิดเพื่อจะได้ผูกดวงด้วย
ลูกค้าหญิง     เกิดวันอาทิตย์   ที่      .......    เวลาไม่แน่นอนค่ะ  เพราะสมัยนั้นคลอดที่บ้าน

หลังจากพลิกดูปฏิทินร้อยปี  เพื่อเช็ควันเดือนปีแบบไทยๆ  เพื่อวางดวงด้วยวิชาเลข ๗ ตัว   อันเป็นวิชาที่ง่ายและแม่นยำวิชาหนึ่ง ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้เวลาเกิดที่แน่นอน

คุณหมอ         เอ๊ะ..  วันที่.. เป็นวันพุธนี่ครับ  ไม่ใช่วันอาทิตย์  คุณแน่ใจหรือเปล่าว่าจำวันเกิดถูกต้อง
ลูกค้าหญิง      ไม่แน่ใจค่ะ   คุณแม่ดิฉันบอกว่า ดิฉันเกิดวันอาทิตย์  ส่วนวันที่เท่าไหร่ไม่ค่อยมั่นใจ  เพราะตอนนั้นแจ้งเกิดที่อำเภอ  ดิฉันเริ่มเดินได้แล้ว

คุณหมอ           งั้นคุณมีดวงของสามีคุณหรือปล่าวครับ  เผื่อจะได้ดูดวงผ่านทางดวงสามีของคุณ
ลูกค้าหญิง        ไม่มีค่ะ  สามีดิฉันก็ไม่ทราบว่าเกิดเมื่อไหร่เหมือนกัน    ใจจริงวันนี้ดิฉันตั้งใจจะมาดูเรื่องสามีดิฉันเป็นหลัก

"เอาละสิ  วันเกิดก็ไม่รู้  อย่าว่าแต่ผูกดวงกำเนิดไม่ได้เลย  แม้แต่ใช้วิชาเลข ๗ ตัว ก็ไม่ได้เหมือนกัน  นี่ลูกค้าอุตส่าห์ดั้นด้นมาหาเสียด้วย  จะปฏิเสธก็กระไรอยู่" คุณหมอนั่งคิดอยู่ในใจ "เอาอย่างนี้  ลองเอาวิธีของตาสอบตกมาใช้ก็แล้วกัน  จะได้ไม่เสียน้ำใจ"

คุณหมอ            คุณผู้หญิงครับ  ปกติถ้าไม่ทราบวันเดือนปีเกิด  คงไม่สามารถทายดวงชะตาให้ได้นะครับ  แต่ผมพอมีวิธีดูแบบอื่น
ลูกค้าหญิง         แบบไหนค่ะ  ดูลายมือ หรือดูไพ่

คุณหมอ            ไม่ใช่ทั้งสองอย่างครับ   ถ้าไม่รังเกียจ  ผมขอทราบสัดส่วนของคุณผู้หญิงหน่อยครับ
ลูกค้าหญิง        สัดส่วนดิฉัน...  มีด้วยหรือค่ะที่ดูจากสัดส่วน
คุณหมอ           ครับ   ถ้าไม่มีเวลาเกิดที่แน่นอน  คงต้องใช้วิธีนี้

ลูกค้าอึ้งไปพักหนึ่งก่อนที่จะตอบเสียงเบาๆ
ลูกค้าหญิง        ๓๖ - ๓๒ - ๓๘  ค่ะ
คุณหมอ           ขอเวลาวางดวงสักแป๊ปครับ

เมื่อคุณหมอวางลัคนาลงไปในดวงจักรราศีของวันนั้นแล้ว  ก็เริ่มทายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและที่ผ่านมาเมื่อไม่นานนี้  ลูกค้าก็รับว่าใช่และถูกต้องตามที่ทำนาย  หลังจากนั้นประมาณครึ่งชั่วโมงการทำนายเหตุการณ์ต่างๆ ก็เสร็จสิ้นลง  ลูกค้ารายนั้นจากไปด้วยความยินดี 

"เกือบจะเป็นหมอดูอดงานไปซะแล้ว...   ดีนะ  ตาสอบตกแนะวิธีนี้ให้เมื่อเดือนที่แล้ว  ไม่งั้นคงจะเสียลูกค้าเหมือนลูกค้ารายอื่นที่ไม่รู้วันเกิด"

          /////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

หลายคนคงได้ยินมาว่า  วิชาสายสิบลัคน์มักจะดูรูปร่างหน้าตาของผู้ที่มาดูดวง  เพื่อตรวจเช็คเวลาเกิดที่แน่นอนก่อนที่จะทำนายออกไป  และคิดว่าคงจะเป็นเพียงวิชาเดียวที่ใช้อยู่  แท้จริงแล้ววิชาโหราศาสตร์สายจักรราศีแบบลัคนาเดียว  ก็มีวิธีการนี้อยู่เพียงแต่ไม่ได้ให้ความสำคัญหรือไม่ค่อยนำมาใช้เท่านั้น   

การพยากรณ์โดยอาศัยสัดส่วนของผู้ที่มาดูดวงโดยเฉพาะผู้หญิงเป็นเพียงของเล่นอย่างหนึ่งที่ใช้ทายกันสนุกสนานในหมู่เพื่อนฝูงเสียมากกว่า  หรือบางครั้งก็เอาไปแอบถามสัดส่วนสาวๆ อย่างไม่น่าเกียจนักแลกกับการดูดวงให้  ผู้เขียนเคยนำไปใช้เป็นบางครั้งเวลาที่มีสาวๆมาขอให้ดูดวง  แต่ผู้เขียนไม่ค่อยอยากดูก็เลี่ยงมาอาศัยวิธีนี้แทน  ถ้าคนที่ต้องการดูดวงจริงๆ ก็จะบอกสัดส่วนให้ทราบ  แต่สำหรับสาวๆที่ต้องการแค่ดูเล่นๆ ส่วนใหญ่ก็จะถอยไปเองแบบว่าไม่ต้องปฏิเสธให้เสียน้ำใจ

หลักการของวิชานี้ไม่ใช่เรื่องยาก  เป็นการอาศัยหลักจักรราศีวิภาคที่แบ่งราศีเจ้าเรือนต่างๆ เป็นรูปร่างของคน ดังรูป


จะเห็นว่า สัดส่วนของคนเราโดยเฉพาะผู้หญิงที่วัดสัดส่วน อก เอว สะโพก  จะอยู่ในตำแหน่งของภพสหัชชะ – ปุตตะ – ปัตตนิ  หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมถึงใช้ภพแทนราศีตามหนังสือโหราศาสตร์ที่แบ่งร่างกายมนุษย์ตามราศี  โดยกำหนดให้ราศีเมษเป็นศีรษะ และปลายเท้าอยู่ที่ราศีมีน  หรือ
ราศีกับอวัยวะ
ราศีเมษ ศีรษะ , หน้า , แก้ม , ตา , หู , ปาก ฯลฯ
ราศีพฤษภ คอ, ด้านนอก-ในของคอ, หลอดอาหาร
ราศีเมถุน แขน,หัวไหล่,ระบบหายใจ
ราศีกรกฎ เต้านม, ช่องท้องส่วนบน , ตับ, ถุงน้ำดี, ตับอ่อน, กระเพาะอาหาร, มะเร็ง
ราศีสิงห์ หัวใจ
ราศีกันย์ ลำไส้
ราศีตุลย์ กะบังลม, หลังส่วนล่าง, ไต, รังไข่, ไส้ตรง, ไส้ใหญ่บางส่วน, ช่องคลอด
ราศีพิจิก อวัยวะสืบพันธุ์, กระเพาะปัสสาวะ, ทวารหนัก
ราศีธนู ตะโพก, ขาอ่อน
ราศีมังกร หัวเข่า, กระดูก, ข้อต่อ, ผิวหนัง, ขน, ผม
ราศีกุมภ์ ขาส่วนล่าง
ราศีมีน เท้า
ในกรณีที่กำหนดกายวิภาคกับราศีนั้น  เรากำหนดโดยวางลัคนาไว้ที่ราศีเมษอันเป็นลัคนาโลก  แต่ในความเป็นจริงมนุษย์เรามีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา  ดังนั้นลัคนาจรหรือตนุจรจึงไม่จำเป็นต้องอยู่ที่ราศีเมษเสมอไป

เมื่อเราทราบว่าภพสหัชชะ ปุตตะ ปัตตนิ จากการวัดสัดส่วนแล้ว  ย่อมที่จะหาภพตนุหรือลัคนาของบุคคลนั้นได้  เช่นเราทราบราศีที่เป็นภพปุตตะแล้ว เช่น ภพปุตตะอยู่ที่ราศีกันย์  เราก็นับย้อนทวนจักรไปห้าราศี  คือ วางลัคนาไว้ที่ราศีพฤษภ  เป็นต้น

โดยปกติเราจะใช้สัดส่วนที่เอว อันเป็นตำแหน่งภพปุตตะ เพียงอย่างเดียว  เนื่องจากบริเวณเอวจะเป็นส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลงได้ง่ายที่สุดเมื่อเทียบกับอกหรือสะโพก  แต่ที่ต้องถามถึงสัดส่วนทั้งหมดก็เพราะเป็นการน่าเกลียดที่จะถามสาวๆ ว่า เอวเธอเท่าไหร่จ๊ะ  แต่ถ้าถามสัดส่วนทั้งหมดก็ยังดูไม่น่าเกลียดสักเท่าไหร่สำหรับหมอดูผู้ชาย

การวางลัคนาจากสัดส่วนที่วัดได้
เริ่มจากการนำขนาดของเอวเป็นนิ้วมาทอนให้เหลือเลขเพียงตัวเดียว (หลักคล้ายคลึงกับเลขศาสตร์) โดยหารด้วย ๘   เหตุที่ใช้เลข ๘ หารเนื่องจากเราพิจารณาจากดาวเพียงแปดดวง 

เมื่อได้เลขเพียงตัวเดียวเช่น ตัวอย่างข้างบน  เอวของผู้มาขอคำทำนายคือ ๓๒ นิ้ว  เมื่อหารด้วย ๘  ได้พอดี  จึงใช้เศษเป็น ๘

ดูว่าดาว ๘ อยู่ราศีใดของดวงวันนั้น  เช่น ณ วันที่ลูกค้าหญิงรายนั้นไปหาหมอดู  ดาว ๘ อยู่ราศีเมษ อนุมานว่าราศีเมษเป็นภพปุตตะจรของเจ้าของสัดส่วน  ดังนั้นจึงวางลัคนาไว้ที่ราศีธนู ตามรูป




การอ่านดวงก็เหมือนการอ่านพื้นดวงเดิมนั่นเอง  ในกรณีรายนี้สามีไปมีกิ๊กอยู่นอกบ้าน  จึงไม่ทราบว่าการทำนายของหมอดูรายนี้จะสร้างความยินดีให้กับลูกค้ารายนี้หรือไม่...

สอบตก

วันศุกร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2555

การปรับดวง เสริมดวง อธิบายดวง..

การปรับดวง เสริมดวง อธิบายดวง..
อาจารย์สอบตก..
ที่มา..Payakorn.com Webboard กระทู้ wb-10172 ปี ๒๐๐๔..
..........................................................................................
10172 : จากคุณ แจน [210.246.70.104] 13 Nov 2004 - 02:12 [37 คำตอบ]

ขอแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อนๆที่เคยผ่านเสาร์ทับจันทร์,เสาร์เล็งจันทร์กันหน่อยค่ะ

ดวงคุณพ่อกับน้องสาวมีจันทร์อยู่พฤษภทั้งคู่ ตอนเสาร์ทับพ่อโดนเด้งจากตำแหน่งก่อนเกษียณ

ส่วนน้องสาวลาออกจากงานว่างอยู่ 3 เดือนกว่าจะได้งานใหม่ที่ดีไม่แพ้งานเดิม

ตอนนี้ตัวเองเสาร์เล็งจันทร์อยู่ ภาวนาให้ไปเร็วๆ เพราะเสียแต่เงินเรื่องซ่อมรถ 
ตั้งแต่ ธ.ค.46 จนตอนนี้ ค่าซ่อมแสนกว่าๆแล้ว เดี๋ยวเครื่อง เดี๋ยวแอร์ 
อยู่ๆไฟข้างหายไปดื้อๆ เปลี่ยนอย่างไม่แท้ก็เกือบพันห้า

สุขภาพแม่ก็ไม่ดี ป่วยเรื้อรังเรื่องกระดูกกล้ามเนื้อ ทำกายภาพมาครึ่งปีแล้ว......

อาจารย์ท่านใดแนะนำวิธีผ่อนให้มันเบาๆลงบ้างคะ

(ทำบุญประเภทใดดี ได้ซื้อโลง เติมน้ำมันตะเกียง ซื้อพัดลมถวายวัด(ให้ปัดเป่าเคราะห์) 
ตักบาตร ผ้าป่า บริจาคสร้างโรงเรียน รพ. ทำมาหมดแล้วค่ะ

ตอนนี้ทำใจสวดมนต์ก่อนนอนทุกคืน(หวังว่าคงไม่มีอะไรแย่มาอีก)
....................................................................................................
23. สอบตก [203.155.250.186] 15 Nov 2004 - 11:04
เพิ่งเห็นกระทู้นี้

น้องสาวคนถัดไปจากคุณแจน และคุณพ่อของคุณ จะมีปัญหาคล้ายๆ กัน
และปีหน้านี้ไม่ค่อยดีสำหรับทั้งสองคน

ส่วนคุณแม่ของคุณให้ระวังสุขภาพช่วงปลายปี ๔๘ และปี ๔๙ ด้วยนะ

ดูจากยามจร วิธีแก้สำหรับคุณพ่อและน้องสาวคุณนั้น

๑. ให้ทั้งสองคนถือศีล ๕ ให้ครบ โดยเฉพาะศีลข้อ ๕ เรื่องสุราเมรัย พยายามอย่าไปแตะต้อง

ถ้าจะใส่พระห้อยคอ แนะนำพระปางค์สมาธิ หลวงพ่อโสธรก็ดีครับ

๒. หาแป๊ปซี่กระป๋องไปตั้งไว้ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของบ้าน

(ถ้าบริเวณนั้นเป็นหิ้งพระ ก็ให้ถวายขึ้นหิ้งได้เลย ควรเปลี่ยนทุกอาทิตย์และนำแป๊ปซี่กระป๋องนั้นไปใส่บาตร)

๓. ทางทิศใต้ของบ้าน มีศาลพระภูมิหรือศาลเจ้าที่จีน หรือปลูกต้นไม้ใหญ่ไว้หรือไม่?

ถ้ามีให้หาหรือเปลี่ยนช้าง ม้า คนรับใช้ นางรำ สำหรับศาลพระภูมิ หรือของที่อยู่ในศาลเจ้าที่จีน

ถ้าเป็นต้นไม้ใหญ่ให้ผูกผ้าแพรสีเขียว จะช่วยลดปัญหาให้เบาบางได้บ้าง

สำหรับตัวคุณเองนั้น ถ้าห้อยพระปางค์นาคปรก ยิ่งเป็นพระที่มีอยู่แล้วที่บ้านยิ่งดี จะช่วยหนุนตัวคุณเองให้ดีขึ้น
.................................................................................................
29. เรียนคุณสอบตก [210.246.75.245] 15 Nov 2004 - 16:13

คุณพ่อกับน้องคนรอง ตอนนี้เสาร์ออกมาจากการทับจันทร์ที่ราศีพฤษภนานแล้วนะคะ
นี่แปลว่า เมื่อเสาร์ย้ายอีกทีก็ไม่ดีหรือคะ

อย่างไรก็ตามจะลองทำตามที่คุณแนะนำมาค่ะ ขอบคุณค่ะ

ปล.กระทู้10183อ่านแล้วดีจังค่ะ มีประโยชน์อ่านเข้าใจง่าย

มีข้อสงสัยตรงญ.เกิดวันจันทร์ตามตย.ต้องกาที่ 7เพราะอะไรคะ เลยยังงงงงนิดนิด
........................................................................................................
30. ถึงคุณแจน [203.155.250.186] 15 Nov 2004 - 17:15

ผมใช้การจับยามแก้ปัญหาเฉพาะหน้า วิธีการแก้ไขของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน

กรณีนี้ คุณพ่อของคุณและน้องสาวคุณใช้วิธีแก้อย่างเดียวกัน

จะอธิบายให้ทราบเล็กน้อย ซึ่งอาจจะไม่ค่อยเข้าใจก็ได้

จากยามที่อ่านคุณพ่อและน้องสาวคุณ ติด บริวาร-อริ(คนรอบข้างอาจมีภาระช่วยเหลือ)
สัมพันธ์กับ เดช-มรณะ(การออกจากงาน)

เป็นอนุเกษตร คือจะมีเหตุการณ์อย่างนี้อีก ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นอีกในต้นปี ๔๙

การแนะนำให้ถือศีล ๕ หรือใส่พระปางค์สมาธิ (แนะนำหลวงพ่อโสธร) เพราะต้องการปรับให้ตัวคุณพ่อและน้องสาวคุณดีขึ้น

การวางแป๊ปซี่กระป๋อง (ห้ามใช้โค๊กกระป๋อง)
เพราะปรับเรื่องการงานของทั้งสองคนให้ราบรื่นขึ้น เป็นการปรับแก้คล้ายๆ การแก้ฮวงจุ้ย

อีกอย่างการนำแป็ปซี่กระป๋องไปใส่บาตรบ่อยๆ ทำให้จิตใจของผู้ใส่บาตรผ่องใส เป็นผลดีกับคนทำ
(จุ๊..จุ๊..อย่าไปบอกใครนะ เป็นหาเรื่องบังคับให้ใส่บาตรด้วย)

การแนะนำให้หาผ้าแพรสีเขียวผูกต้นไม้
หรือเปลี่ยนของที่ศาลเจ้าที่หรือศาลพระภุมิ เป็นการลดความเครียดและทำให้จิตใจสบายขึ้น

วิธีการแก้ไข บางครั้งแก้ที่จุดเดียวอาจจะไม่ได้ผลดีนัก เพราะมีปัจจัยอื่นไม่ได้มีสาเหตุเดียว จึงต้องแก้ไขหลายจุดหน่อย

ส่วนกระทู้ 10183 วิธีการนับดิถี จะนับตามตารางทักษา ซึ่งจะมีเลข ๑ ๒ ๓ ๔ ๗ ๕ ๘ ๖ แล้วย้อนมา ๑ ใหม่

เมื่อ ญ เกิดวันจันทร์ ดิถี ๔ ค่ำ จึงนับจาก ๒ ไป ๓ ไป ๔ ไป ๗ จึงต้องกาไว้ที่ดาว ๗ ครับ

สอบตก

วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2555

เรื่องบางอย่างเกี่ยวกับชื่อ

เรื่องบางอย่างเกี่ยวกับชื่อ...อาจารย์สอบตก

อาจารย์ยาจกซู เคยเปรียบเทียบชื่อเหมือนเสื้อผ้า ผมก็มีข้อคิดเห็นบางอย่างมาให้อ่านเล่นๆ เกี่ยวกับเรื่องของชื่อด้วยเช่นกัน

ถ้าเรามาลองคิดดู จะเห็นว่าคนไทยเราถูกคลุมถุงชนมาตั้งแต่เกิด กล่าวคือ เมื่อแรกเกิดบุพพการีได้ตั้งชื่อให้ ส่วนใหญ่จะตั้งชื่อเล่นให้ก่อน เปรียบเสมือนท่านได้หาเนื้อคู่มาให้เราตั้งแต่แรก โดยชื่อแรกซึ่งมักจะเป็นชื่อเล่นนั้น เสมือนกับเมียที่แต่งตามประเพณี โดยที่ผู้ใหญ่เป็นคนเลือกหามาให้ เป็นการเลือกที่เกิดจากจิตเจตนาอันบริสุทธิ์ ชื่อเล่นจึงเปรียบเหมือนแม่ศรีเรือนโดยแท้

ต่อมาบุพพการีได้พิจารณาแล้วว่า เมียคนนี้(ชื่อเล่น) ถึงแม้จะเป็นแม่ศรีเรือน แต่หน้าตาอาจจะขี้ริ้วขี้เหร่เกินกว่าที่จะพาออกงานได้ จึงจัดการหาภรรยาน้อยให้ ซึ่งอาจจะหาเองหรือให้พ่อสื่อ( พระ หมอดู หรือผู้มีความรู้ หรือผู้รู้บ้างไม่รู้บ้างแต่มาดดี )เป็นผู้หาให้ และนำไปจดทะเบียนแต่งงานเป็นภรรยาแต่งตามกฏหมายเพื่อที่จะได้นำไปออกงานได้ อย่างไม่เคอะเขิน กลายเป็นว่าคนไทยเรามีเมียสองคน เมียหลวงมักจะอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน(บางคนพออยู่นานๆ ก็ยกเมียหลวงขึ้นหิ้ง) และก็พาเมียน้อย(ชื่อจริง)ซึ่งจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฏหมายออกงานอยู่เสมอ คนอื่นๆจึงมักจะเห็นหน้าเมียน้อยมากกว่าเมียหลวง ยกเว้นคนที่สนิทกันจึงจะได้พบเห็นเมียหลวงด้วย

เมื่อมีการออกงานบ่อยๆ มีบ้างบางครั้งที่คนอื่นทักถึงหน้าตาเมียน้อยว่า ทำไมหน้าตาไม่สวย (ชื่อจริงมีอักษรกาลกิณี) หรือบางครั้งมีปัญหาในเรื่องต่างๆเกิดขึ้นในชีวิต แล้วคนอื่นบอกว่าเมียน้อยเป็นคนคอยถ่วง (บางครั้งคนเหล่านี้ไม่ได้รู้ความจริงเลย แต่ชอบออกความเห็น ทั้งๆที่เป็นเรื่องระหว่างผัวเมีย แต่คนเหล่านี้ชอบทำตัวเป็นมือที่สาม)

ก็กลายเป็นว่าเมียน้อยมักจะเป็นแพะรับบาปอยู่เสมอ บางคนถึงกับอยากจะหย่าและหาเมียน้อยใหม่มาจดทะเบียน ทั้งๆที่ตอนเงินขาดมือ ก็เพราะไปกินไปเที่ยวด้วยกันกับเมียน้อย ตอนทะเลาะกับผู้อื่น เมียน้อยไม่ได้ไปช่วยทะเลาะกับเขาด้วยหรืออาจช่วยบ้างแต่ก็ไม่มาก แต่ก็ไปโทษเมียน้อยซะทุกอย่าง คงกะหาเรื่องเปลี่ยนใหม่ให้มันกระชุ่มกระชวยหัวใจบ้างเท่านั้น แถมยังหวังว่าเมียน้อยคนใหม่คงจะสวย รวย เริ่ดซะไม่มีเสียอีก บางคนเมื่อหย่ากะเมียน้อยแล้วไปมองหาเมียน้อยคนใหม่(เมียหลวงไม่กล้าเปลี่ยน เกรงใจผู้ใหญ่ที่หามาแต่งตามประเพณี คงเปลี่ยนได้แต่เมียน้อยเท่านั้น) ก็ใช่ว่าจะได้เมียดี อาจจะได้แค่เมียสวยเท่านั้น ไม่ได้ช่วยเหลือในหน้าที่ชีวิตการงานการเงินเลยก็มี สุดท้ายก็ต้องซมซานกลับมาหาเมียน้อยที่ผู้ใหญ่จับจดทะเบียนคนแรกอยู่ดี

สรุปจากข้อความข้างบนได้ มีข้อคิดมาหลายอย่างเช่น

การหาเมียน้อย(ชื่อจริง) นอกจากจะดูที่หน้าตา (ทักษาวันเกิดกับความหมายทางภาษาศาสตร์) ดูนิสัยใจคอ (จาตุรงคโชค) ดูพื้นฐานชาติตระกูลฐานะเดิม (เลขศาสตร์) แล้ว ยังต้องดูด้วยว่า เมียน้อยคนนั้นเหมาะสมกับเจ้าชะตาหรือไม่ บางที่ชื่อจริงดูแล้ว ทั้งสวย รวย นิสัยดี แต่ดันไม่เหมาะที่จะอยู่กับเราซะเนี่ย อย่างน้อยควรจะดูถึงดวงสมพงษ์ด้วยว่า อยู่กับเราแล้วจะดีหรือไม่ อยู่แล้วรุ่งเรืองหรือรุ่งริ่งกันแน่ด้วย จะได้ไม่ต้องมองหาสาวๆ มาจดทะเบียนใหม่อีก

บางครั้งบางช่วง เมียน้อยก็เกิดอาการน้ำหนักขึ้น อุ้ยอ้าย ไม่สามารถช่วยเหลือเจ้าชะตาได้ ก็อย่าพึ่งไปทิ้งเค้าซะละ อยู่กันมาตั้งนาน ช่วยกันสร้างอนาคตมาถึงระดับนี้แล้ว แค่รูปร่างหน้าตาช่วงนั้นไม่สวย อ้วนอุ้ยอ้าย หรือแค่อาละวาดเพราะอยู่ในช่วงนั้นของเดือน ก็คิดจะหย่าซะแล้วหรือ ที่จริงอีกไม่นานเค้าก็จะกลับมานิสัยดีหรือสวยใหม่ได้อีก ไม่เชื่อก็ลองดู ทั้งนี้ต้องยกเว้นเมียน้อยที่นิสัยเสียมาตั้งแต่ต้น ถ้าอย่างนั้นการคิดจะหย่าแล้วหาใหม่ก็อยู่ในดุลพินิจที่สมควรอยู่บ้าง

ในช่วงเวลาที่เกิดปัญหา ที่เมียน้อยไม่สามารถช่วยได้ ทำไมไม่คิดถึงเมียหลวงที่ยกขึ้นหิ้งเอาไว้ ลองอัญเชิญจากหิ้งมาออกงานบ้างก็ดีนะ เพราะเมียหลวง (ชื่อเล่น) เป็นแม่พระ แม่ศรีเรือน ที่บุพพการีซึ่งเสมือนพรหมของลูกคัดสรรมาให้ ย่อมต้องมีอะไรดีๆที่ปกติไม่แสดงความสามารถออกมาให้เห็นเท่านั้นเอง ซึ่งโดยปกติผู้ชายมักจะหลงไหลเมียน้อย แต่ก็ให้ความเกรงใจกับเมียหลวง การที่ออกงานกับเมียหลวงจึงมักจะต้องวางท่านิดๆ มีสติหน่อยๆ ไม่วอกแวกจนเกินเหตุ ก็น่าจะดีนะถ้าช่วงที่มีปัญหาลองพาเมียหลวงออกงานบ้างก็ดี

การที่มองหาเมียน้อยคนใหม่มาจดทะเบียนแทนคนเดิมนั้น ปัญหาที่ตามมามีมากมาย เช่น การแบ่งทรัพย์สิน การแก้ไขเอกสารสัญญาต่างๆ ที่ได้ร่วมกันกระทำไว้ อีกทั้งยังไม่รู้ว่าคนใหม่ที่จะจดทะเบียนจะดีหรือปล่าวอีกด้วย อาจจะได้แบบรูปสวยหน้าตาดี มีฐานะชาติตระกูลใช้ได้ แต่ไม่มีความสามารถ หรือเข้ากับตัวเองไม่ได้ก็เป็นได้

ทั้งนี้และทั้งนั้น เป็นการอุปมาขึ้นมาเฉยๆ ให้อ่านเล่นๆ โดยยกตัวอย่างเจ้าชะตาเป็นผู้ชาย ครั้นจะยกตัวอย่างเจ้าชะตาเป็นผู้หญิงแล้วพูดแบบมีทั้งผัวหลวงและผัวน้อย ก็ดูกระไรอยู่ เอาเป็นว่าอ่านกันสนุกๆ ก็แล้วกัน

เขียนเล่นโดยนายสอบตก

http://taksamahayuk.blogspot.com/

วันศุกร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2555

การตรวจสอบวันทำการอย่างง่าย

การตรวจสอบวันทำการอย่างง่าย...นายสอบตก
                      

ในการหาฤกษ์หายามเพื่อทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นขึ้นบ้านใหม่  แต่งงาน ฯลฯ  จำเป็นต้องดูทั้ง ดิถี-ฤกษ์-ยาม ให้ครบถ้วนกระบวนความ  ทั้งนี้ควรดูประกอบกับดวงชะตาของเจ้าของงานเป็นหลัก   

 มิฉะนั้นจะกลายเป็นว่า    "ผมหาฤกษ์สุดยอดให้คุณแล้ว  แต่คุณไม่มีวาสนาเพียงพอที่จะใช้ฤกษ์วิเศษที่ผมหาให้ได้ " หรือ  ในกรณีที่ไม่ทราบดวงชะตาของเจ้าของงาน  โหรมักจะเลี่ยงไม่ให้ฤกษ์หรือให้ไปเปิดดูปฏิทินโหร  เพื่อหาฤกษ์สะดวกกันเอาเองเป็นต้น

ทั่วๆไป  เมื่อโหรหาฤกษ์ทำการให้กับเจ้าของงาน ตามหลักเกณฑ์ต่างๆ ในตำหรับตำราที่ร่ำเรียนมาแล้ว      มักพิจารณาเฉพาะ ดิถีที่เป็นศุภมงคลเพียงอย่างเดียว      โดยไม่แน่ใจว่า ใช่วันทำการที่เหมาะสมกับเจ้าของงานผู้นั้นหรือไม่  เพราะฤกษ์ที่หาได้นั้นไม่ได้คำนึงถึง อายุจรของเจ้าของงานเลย  แล้วแน่ใจหรือว่าเจ้าของงานนั้นจะมีโอกาสได้ใช้ฤกษ์ที่หาให้




การตรวจสอบวันทำการหรือฤกษ์อย่างง่ายๆ ที่นำมาเสนอนี้  ใช้หลักการอ่านวัยจร จากยามที่มาขอฤกษ์
ของวิชาเลข ๗ ตัว หรือทักษา หรือใช้ร่วมกันทั้งสองแบบ   ในที่นี้จะใช้ร่วมกันทั้งสองแบบตามตาราง



 เริ่มจาก ให้นับวันที่มาขอฤกษ์มงคลหรือฤกษ์ทำการเป็นวันที่ ๑  เช่น มาขอฤกษ์เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน  สมมติว่าตรงกับข้างขึ้น ๒ ค่ำ เดือน ๘  เวลา ๑๐.๐๐ น.   ก็ให้นับวันที่ ๑ เริ่มต้นตั้งแต่ ข้างขึ้น ๒ ค่ำ เวลา ๑๐.๐๐ น. ถึง ข้างขึ้น ๓ ค่ำ เวลา ๙.๕๙ น.   แล้วพิจารณาดูว่า ฤกษ์ที่หาให้นั้นห่างจากวันที่มาขอฤกษ์กี่วัน  แล้วเทียบกับตารางข้างบนนี้  ซึ่งจะต้องไม่ตก
 อริ- มรณะ หินะ กาลกิณี

ตารางข้างบนนี้เป็นตารางสำหรับเดือนแรก  ถ้าจะดูว่า ฤกษ์ทำการที่หาได้ในเดือนต่อๆไป จะเหมาะสมหรือไม่ ก็ให้เริ่มนับเดือนที่ ๒ ที่ กดุมภะ-อายุ เป็นวันแรก  แล้วไล่วันไปเรื่อยๆ เหมือนเดือนแรก    ถ้าเป็นเดือนที่ ๓ ก็เริ่มที่ สหัชชะ-เดช เป็นวันแรก  ทำอย่างนี้เรื่อยไปจนถึงวันทำการที่หาไว้

จากข้างบนนี้  จะสังเกตเห็นว่า ถ้าหาฤกษ์ได้ภายในเดือนแรก ไม่ควรจะเป็นวันที่ ๖ , ๘ , ๑๖ , ๒๔ , ๒๗ , ๒๙ ของวันที่มาขอฤกษ์  หรือถ้าฤกษ์ที่หาได้เป็นเดือนหน้า ก็ไม่ควรเป็นวันที่ ๕ , ๗, ๑๕ , ๒๓, ๒๖, ๒๘  ของวันที่มาขอฤกษ์  ทั้งนี้และทั้งนั้นการนับวันจรจะใช้ดิถีและเดือนทางจันทรคติเท่านั้น

สำหรับปีไหนที่มีเดือน ๘ สองหน  ให้นับเดือน ๘ และเดือน ๘๘ เป็นเดือนเดียวแต่มีดิถีหรือวันขยายเป็น ๖๐ วัน

ด้วยวิธีนี้ถ้ามีคู่หนุ่มสาวมาขอฤกษ์แต่งงานในอีก ห้า-หกเดือนข้างหน้า  ก็ตรวจดูคร่าวๆ ได้เลยว่า ในช่วงเดือนที่หกและเดือนที่แปดนับจากวันที่มาขอฤกษ์  ไม่เหมาะสำหรับการแต่งงาน เพราะเดือนจรไปตกที่ อริ-อุตสาหะ กับ มรณะ-กาลกิณี  นั่นเอง

หรือตัวอย่างหนึ่งคือ มีผู้มาขอฤกษ์เปิดร้านกับผู้เขียน  ซึ่งเมื่อผู้เขียนคำนวณหาฤกษ์ได้เรียบร้อยแล้ว  ถ้าตรวจสอบวันทำการตามวิธีการนี้  จะพบว่า เดือนที่ทำการตก กดุมภะ-อายุ  วันที่ทำการเปิดร้านตก ปัตนิ-มนตรี  หรือ หนึ่งเดือนหกวันนับจากวันที่มาขอฤกษ์กับผู้เขียน

ผู้เขียนหวังว่าบทความนี้คงจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่ศึกษาเรื่องฤกษ์ไม่มากก็น้อย   ...สวัสดี
สอบตก

วันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ฤกษ์เปิดเตาอบ

ฤกษ์เปิดเตาอบ...อาจารย์สอบตก

คืนวันหนึ่งเมื่อผู้เขียนเปิดอินเตอร์เน็ต  เพื่อดูเว็บเกี่ยวกับการพยากรณ์ ก็พบกระทู้หนึ่งซึ่งถามถึงผู้เขียนไว้ดังนี้
26 Jun 2009 - 07:53  สอบถามอ.สอบตก เกี่ยวกับการใช้ฤกษ์ค่ะ
จากที่อาจารย์ให้ฤกษ์เปิดโรงงานในวันที่ ๒๐ ก.ค.๕๒ นั้น พรุ่งนี้เตาอบขนมจะมาส่งที่โรงงาน ดิฉันเลยเกิดความสงสัยว่า ถ้าดิฉันจุดเตาอบขนม เพื่อทดลองสูตรใหม่ๆไปเรื่อยๆเลยได้ไหม หรือว่าต้องรอเริ่มวันที่ ๒๐ คะ โดยในการทำนั้น  ดิฉันตั้งใจจะทำแจกให้เพื่อนๆพี่ๆช่วยชิมสูตรใหม่ๆกันก่อน แต่ถ้ามีคนมาขอซื้อจะขายได้เลยไหมคะ   เพราะฤกษ์เปิดยังไม่ถึง    คือแบบว่าไม่กล้าทำอะไรก่อนฤกษ์   กังวลว่าจะเสียฤกษ์ค่ะ (คิดว่าน่าจะมีคนขอซื้อค่ะ เพราะมีคนมาเรียบๆเคียงๆอยู่)

ผู้ที่ถามมา เคยขอฤกษ์เปิดโรงงานทำเบอร์เกอรี่  และผู้เขียนได้ให้ฤกษ์ไว้แล้ว  แต่กลัวว่าจะเสียฤกษ์ถ้าทำอะไรไปก่อนวันเปิดโรงงาน   
ผู้เขียนจึงหาฤกษ์เปิดใช้เตาอบด้วยกาลชะตา (จับยาม) โดยไม่ได้ใช้วันเดือนปีเกิดของผู้มาขอฤกษ์รายนี้แต่อย่างไร ในกรณีปกติ  ถ้าฤกษ์ใดที่ให้ได้แล้ว  เจ้าของฤกษ์ได้ใช้  มักจะหาฤกษ์ได้ภายในเวลาไม่นานไม่เกิน 5 นาที  สำหรับกรณีนี้ผู้เขียนจับยามนับนิ้วเสร็จ (ไม่ถึงหนึ่งนาที) ก็ตอบกลับไปว่า

สอบตก     26 Jun 2009 - 20:55
วันอาทิตย์นี้ ก่อนแปดโมงเช้าสักห้านาที หรือประมาณ  ๗.๕๔ - ๘.๐๐ น ลองเตาได้เลยครับ
ขนมชิ้นแรก เซ่นแม่เตาด้วย
จากนั้นคุณก็ใช้เตาลองสูตรหรือทำขายหาเงินไปได้เรื่อยๆ จนถึงวันที่๑๙
เพราะวันที่ ๒๐ คุณมีงานต้องทำตามฤกษ์เปิดโรงงาน
อย่าคิดมากครับ เหมือนกับการออกรถ คุณไม่ได้นิมนต์พระไปเจิมรถที่ศูนย์ก่อนออกรถซะเมื่อไหร่ มีแต่คนออกรถมาแล้วค่อยให้หลวงพ่อเจิมที่วัดกันทั้งนั้น
ขอให้กิจการรุ่งเรืองนะครับ



การให้ฤกษ์ของผู้เขียนใช้วิชาทักษายุคเป็นหลัก  เมื่อกล้าให้ฤกษ์กับผู้อื่น  ก็กล้าที่จะรับคำวิจารณ์จากผู้รู้เรื่องฤกษ์ด้วยเช่นกัน  หลังจากนั้นไม่นานผู้เขียนก็ผูกรูปดวงจักรราศี  ตามเวลาฤกษ์เปิดเตาอบ  แล้วให้น้องคนหนึ่งซึ่งเป็นอาจารย์สอนโหราศาสตร์ไทยพื้นฐานวิจารณ์ดู  โดยบอกให้ลองวิจารณ์ฤกษ์  มีวิญญาณแบบนี้ดูหน่อย  น้องคนนั้นขอเวลาไปศึกษาแล้วจะตอบกลับมาอีกครั้ง







หลายวันต่อมา...  มีเมล์เข้ามาตอบ  เรื่องฤกษ์ของผู้เขียนจากน้องคนนั้น ดังนี้
ผมพิมพ์ตามถ้อยคำทุกคำที่อาจารย์ผม ได้กล่าวถึง ชมเชย เเละอธิบายเรื่องฤกษ์การเซ่นไหว้เเม่เตาของพี่ครับ

 "การเซ่นเตา" ตามธรรมเนียมต้องมีการเซ่นไหว้ตามธรรมเนียมของจีน ไทย ฝรั่งในการประกอบอาชีพทำอาหารที่ใช้เตาไฟ เเต่ปัจจุบันหาคนรู้เคล็ดวิชาสำคัญนี้เสียเเล้ว
"เตาไฟกรีก" เรียกว่า "เฮสเทีย (อังกฤษ: Hestia)" เทวีเเห่งเตาไฟหรือเทวีทางสัจจะ ซึ่งกรีกมองที่ดาวอังคารเเละไทย ส่วนสากลมองที่ดาวเสาร์กับจันทร์เเบ่งเป็นด้านหน้าเเละหลังเตา เทวีเอสน่า คือเทวีสัจจะเเห่งพระญาติทั้งหลายเลยต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว
ส่วนของจีน เป็นเทพเจ้าเเห่งเตาไฟ เป็นเจ้าที่สำคัญที่ติดต่อ "เทพไซ่สินเอี้ย เป็นผู้ดูเเลปกป้องรักษาในครัวเรือน ในเเต่ละปีคนจีนจะต้องไหว้เตาไฟเชื่อกันว่า เทพเจ้าเตาไฟจะนำข้อมูลดวงของเจ้าชะตาเจ้าของบ้าน เทพเจ้าองค์นี้ชื่อ "เทพเจ้าดาวเเป๊ะกิมเเซ" ไปรายงานต่อเง็กเซียนฮ่องเต้ ก่อนวันขึ้นปีใหม่จีนหนึ่งวัน(วันตรุษจีน) ของทุกปี มีการเผาใบอนุโมทนาบัตร ดังนั้นการเซ่นไหว้เตาของคนจีนสำคัญ ใช้ดาวพระเกตุต้องสถิตภพมรณะเเละต้องอยู่ราศีธาตุไฟเเละลม เเละการไหว้เตาไฟของไทยนั้นดูดาวเกตุกับดาวพุธสองอย่าง
ซึ่งตามดวงฤกษ์ไหว้เตาไฟที่ดูนี้ ถือว่า ผู้ที่ให้มองมุมดาวในทักษายุคได้ออกเเละนำมาใช้กับดวงในราศีจักรได้ถูกต้อง  หากผู้ใดไม่ชำนาญก็จะตีโพยตีพายว่าคนที่ให้โง่เขลา ให้จันทร์เสียกุมเสา ร์ เเต่ผู้ที่ให้ฤกษ์สำคัญ ที่เซ่นไหว้เเม่เตาถูกต้องตามกฎเกณฑ์เพราะโบราณยึดหลักดาวเจ้าการสำคัญ  วางลัคน์ไว้ที่ราศีกรกฎ ให้ดาวเกตุกุมดาวพฤหัสบดีที่ภพมรณะในราศีกุมภ์ ถือว่าไหว้เเม่เตาถูกต้อง ถือว่ามองดาวได้ออก  เเละให้เสาร์กุมจันทร์ในราศีสิงห์เป็นศูนย์พาหนะถือว่าดีมาก  เป็นการไหว้ตัวเตาในเรีอนกดุมภะเเละเป็นศูนย์พาหนะ  เอ็ง(น้องคนที่ส่งเมล์มา)ลองดูว่าเจ้านี่มองได้ลึกซึ้งโดยแท้ เรียนจากใครมา?
เเละที่สำคัญเอ็งลองดูเขาวางดาวเเม่เตาไฟดาวอังคารนี้เเหละถูกต้องไว้ที่เมษได้มหัทธกรรมโกลาเเละยังเอาดาวศุกร์กุมด้วย  เเละดาวศุกร์นี้เเหละ คือดาวอาหารเเละขนมเเท้จริงไว้ภพที่สิบกรรมะของลัคนาด้วยเเละอยู่ธาตุไฟยังได้ตรีโกณกับดาวจันทร์เเละเสาร์ เเละยังได้โยคกับดาวเกตุเเละพฤหัสด้วย ข้าว่าคงหาคนมองออกยาก 
เเต่ข้าขอชมเจ้าคนนี้ว่าเก่งจริงหาตัวจับยาก เอ็งจำไว้ เวลาจะทำการใดวิชาทักษายุคนั้นสำคัญให้สอดคล้องกับราศีจักร เเละเอ็งจำไว้ว่า เจ้าคนนี้มองมุมดาวได้ลึกซึ้ง
พี่สอบตกครับจบเเค่นี้นะครับ ผมพิมพ์ไว้ทุกกระบวนความครับ พี่สอบตกเก่งจริงๆครับ  เพราะผมมองไม่ออกจริงๆ  จึงได้ไปถามอาจารย์ครับ

ที่จริงไม่ใช่ว่าผมเก่งอะไรหรอก  เพียงแต่วิชาทักษายุคที่ใช้  เป็นวิชาที่ดีวิชาหนึ่งและมีครูบาอาจารย์ที่เมตตาสอนสั่งจนได้ถึงระดับนี้   ในดวงฤกษ์นี้ได้ผลของมหัทธกรรมโกลาตามดวงจักรราศีจริงๆ  เพราะประมาณปลายปีผู้เขียนได้ติดต่อกลับไปหาผู้ใช้ฤกษ์ได้ความว่า  หลังจากเปิดโรงงานแล้ว  งานเข้ามาเยอะมาก  พนักงานที่จ้างไว้  6 คนต่างทำงานล่วงเวลากันเดือนละไม่ต่ำกว่าร้อยชั่วโมงต่อคน

หวังว่าผู้อ่านคงได้ประโยชน์จากบทความนี้บ้างไม่มากก็น้อยนะครับ..
สอบตก

วันอังคารที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ชัยภูมิไทย


ชัยภูมิไทย..อาจารย์สอบตก

ถ้าเอ่ยถึง "ฮวงจุ้ย"  ผู้อ่านน้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก  แต่ถ้าเอ่ยถึง "ชัยภูมิไทย"  หลายคนอาจจะคิดไปถึงตำราการปลูกเรือน ที่ว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับการเลือกพื้นที่ที่อยู่อาศัย  การชิมดิน  การหาวันปลูกเรือนแบบง่ายๆ การคัดเลือกเสาสร้างเรือนเป็นต้น   

ซึ่งตำราการปลูกเรือนนี้พบเห็นอยู่ในตำราพรหมชาติ  ไม่ได้บอกเลยว่าสิ่งที่กล่าวไว้ในตำรานั้น ดีอย่างไร ใช้ได้สำหรับทุกคนหรือไม่   กลายเป็นว่าวิชาชัยภูมิของไทยเป็นเหมือนตำราสำหรับช่างสร้างบ้านสมัยก่อนเอาไว้คุย และเรียกค่าก่อสร้างบ้านหรือค่าวิชากับผู้ที่จะสร้างบ้านได้มากขึ้นนั่นเอง

แท้จริงแล้ววิชาที่เกี่ยวกับชัยภูมิของไทย  มีมานานแล้วและวิจิตรพิสดารไม่แพ้วิชาของชนชาติอื่นเลย  เพียงแต่ไม่ค่อยเผยแพร่เป็นที่รู้จักแก่สายตาคนทั่วไป  ทั้งนี้มีสาเหตุอยู่ก็คือ  วิชาเหล่านี้จะถ่ายทอดให้เฉพาะผู้ที่ศึกษาโหราศาสตร์จนถึงขั้นการพยากรณ์เดิมและจรได้เป็นอย่างดีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นโหราศาสตร์แขนงไหนของไทย เช่น ดวงจักรราศี   เลข ๗ ตัว หรือแม้แต่วิชาทักษา   ทำให้ผู้ที่เรียนมีจำนวนน้อย   

อีกทั้งวิชาว่าด้วยชัยภูมินี้ก็มีผสมผสานกับการปรับแก้หรือเสริมชะตาชีวิตด้วยวิธีอื่น   ไม่ได้แยกออกมาเป็นเอกเทศเหมือนฮวงจุ้ยของจีนหรือ Vastu ของอินเดีย   ทั้งคนไทยไม่ใช่ผู้ชำนาญทางด้านการส่งเสริมการตลาดแบบคนจีน     มักจะเก็บวิชาเอาไว้คนเดียวหรือสอนให้เฉพาะลูกหลานหรือคนที่เหมาะสมเท่านั้น   จึงทำให้วิชาว่าด้วยชัยภูมิเป็นเสมือนวิชาที่ปกปิดหรือไม่เคยมีอยู่ในเมืองไทยในสายตาคนทั่วไป

เรื่องชัยภูมิไทยนี้  มีการใช้เพื่อส่งเสริมชะตาชีวิตของเจ้าของบ้านไม่แตกต่างจากวิชาฮวงจุ้ย  มี หลายระดับขึ้นอยู่กับความถนัดและวิชาที่ใช้ของหมอดู  อย่างง่ายๆ ก็เป็นเรื่องดูพื้นที่ว่างเปล่าที่ยังไม่สร้างบ้านเรือน หรือดูตำแหน่งเสาเอก เสาโท ทิศทางของเรือน และการหาวันที่ดีในการสร้างบ้านหรือหาฤกษ์ลงเสาเอกเป็นต้น

ระดับที่ลึกไปกว่านั้น ก็คือ การจัดตำแหน่งเครื่องเรือน   ห้องน้ำ ห้องนอน ทิศหัวนอน  ให้เหมาะสมกับผู้ที่อยู่อาศัยแต่ละคน  หรือการอ่านชะตาชีวิตของผู้ที่อยู่อาศัยในบ้านหลังหนึ่งๆ ผ่านทางตำแหน่งทิศทางของบ้าน เป็นต้น

การปรับตำแหน่งเครื่องเรือนภายในบ้านหรือสถาปัตยกรรมภายใน ก็เป็นส่วนหนึ่งของวิชาชัยภูมิไทยด้วยเช่นกัน  บางครั้งการปรับแก้ไม่จำเป็นต้องทุบ รื้อ ถอน โครงสร้างของบ้าน  เพียงแต่จัดแต่ง ต่อเติมสิ่งเล็กๆ น้อย ๆ หรือการใช้สีเป็นตัวเสริม ก็อยู่ในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน    

ที่ผู้อ่านเห็นว่าวิชาของต่างประเทศมีข้อดีหรือใช้อย่างไรได้บ้างนั้น  วิชาชัยภูมิของไทยก็มีใช้แบบเดียวกันหรืออาจจะมีบางอย่างมากกว่าเสียด้วยซ้ำ อย่างเช่น  สามารถแนะนำให้ปรับแต่งสภาพบ้านให้เหมาะสมกับเจ้าชะตาโดยดูผ่านดวงชะตาของเจ้าของบ้าน  การอ่านผ่านเลขที่บ้าน  หรือแม้แต่การจับยามกาลชะตา โดยไม่ต้องไปดูสถานที่ก็ทำได้ เป็นต้น

วิชาสายใดบ้างที่ใช้กับชัยภูมิแบบไทย ๆ
เท่าที่ผู้เขียนสัมผัสหรือพบเจอ การใช้วิชาโหราศาสตร์กับเรื่องชัยภูมิในระดับที่กล่าวในข้างต้นนั้น  ก็มีดังนี้
๑.     วิชาเลข ๗ ตัว ใช้ประกอบกับทักษา
๒.     วิชาโหราศาสตร์แบบลัคนาเดียว
๓.     วิชาโหราศาสตร์แบบลัคนาเดียวใช้ร่วมกับทักษา
๔.    วิชาทักษายุค

ชัยภูมิไทยนั้นจะใช้เพียงทิศแปดทิศเท่านั้น ไม่นิยมซอยทิศให้ละเอียดมากไปกว่านั้น และปรับแต่งชัยภูมิของไทย มักจะใช้การปรับผ่านดวงชะตาบุคคลโดยเฉพาะเจ้าบ้าน ที่เป็นใหญ่หรือเป็นผู้ทำรายได้ให้กับคนในครอบครัวเป็นหลัก  มีทั้งการปรับแต่งจากพื้นดวงเดิม และปรับจรปีต่อปี    
ส่วนการดูทิศหน้าบ้านประกอบ จะมีเพียงบางสายวิชาเท่านั้น (ของไทยนิยมวัดทิศหน้าบ้านซึ่งต่างจากฮวงจุ้ยของจีนที่วัดจากทิศหลังบ้าน)

สิ่งที่ผู้อ่านหลายท่านเคยพบเห็นกันมาก่อนคือ  เมื่อไปดูดวงกับหมอ  มักจะโดนทักหรือทายสิ่งของที่อยู่หน้าบ้านบ้าง หลังบ้านบ้าง  ทั้งๆ ที่ตัวหมอเองไม่เคยไปเห็นมาก่อน  อาศัยอ่านผ่านดวงชะตาของลูกค้าเท่านั้น  เพียงแค่นี้ผู้ที่ศึกษามาทางด้านชัยภูมิไทย ก็สามารถแก้ไขปรับดวงชะตาของลูกค้าให้ดีขึ้นได้ ด้วยการปรับชัยภูมิภายในบ้านของลูกค้าที่นั่งอยู่ตรงหน้าได้ 

ทั้งๆ ที่สามารถแก้ไขได้เช่นเดียวกับฮวงจุ้ย  แต่ไม่สามารถเรียกค่าบริการได้ เท่ากับการเชิญซินแส ไปดูสถานที่ นี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่บางคน หันเหไปเริ่มต้นเรียนฮวงจุ้ย  เพียงเพื่อปรับราคาค่าบริการได้ง่ายขึ้นนั่นเอง   

การปรับชัยภูมิแบบไทยมีข้อดีอยู่อย่างหนึ่งคือ สามารถตรวจเช็คเหตุการณ์ได้ ภายในระยะเวลาที่กำหนด ไม่มั่วแบบว่า "ปรับแล้วดีน่อ แต่จะดีเมื่อไหร่ อั้วบอกให้ม่ายล่าย ของอย่างนี้ขึ้นอยู่กับฟ้า เป็นความลับของสวรรค์   ถ้าลื้อทำความดีมากๆ   ฟ้าย่อมมีตาประทานโชคแก่ลื้อเอง"

บางครั้งผู้ที่ใช้วิชานี้ ไม่จำเป็นต้องดูจากดวงกำเนิดของลูกค้าก็ได้ อาจจะใช้ยามกาลชะตาเป็นตัวตั้งต้นในการคำนวณหาวิธีแก้ชัยภูมิเพื่อปรับดวงชะตาให้ลูกค้าได้เลย 
 
ครั้งหนึ่งผู้เขียนไปตัดผมที่ร้านทำผมใกล้บ้านพร้อมกับ ผบ.ทบ.   ขณะที่ตัดผมอยู่นั้นเจ้าของร้านก็เอ่ยเรื่องสามีที่มีเมียน้อยกำลังจะเก็บเสื้อผ้าไปอยู่กับเมียน้อย  ครั้น ผบ.ทบ. ผู้เขียนได้ยินดังนั้น  ก็ถ่ายทอดคำสั่งด่วนให้ผู้เขียนหาทางช่วยทันที   

ผู้เขียนใช้การจับยามแบบทักษายุค แล้วแนะนำให้เจ้าของร้านหารถยนต์เด็กเล่น ไปวางไว้ที่ตำแหน่งหัวเตียงในห้องนอน ของเจ้าของร้าน  ซึ่งเจ้าของร้านก็รีบจัดการในวันนั้นเลย

หลังจากนั้น เมื่อผู้เขียนกลับไปตัดผมที่ร้านนี้อีกครั้ง  เจ้าของร้านก็มาเล่าถึง ผลของการวางสิ่งของที่หัวเตียงว่า  สามีของเจ้าของร้านได้กลับมาเก็บเสื้อผ้าในวันรุ่งขึ้น เพื่อจะไปอยู่กับเมียน้อย  ได้เห็นรถเด็กเล่นที่อยู่บนหัวเตียง (รถคันนี้เป็นของเล่นของลูก)  ก็เอ่ยว่า นี่เล่นของหรือเปล่า   จากนั้นก็ออกจากบ้านหายไปหนึ่งวัน  วันต่อมาสามีเจ้าของร้านก็หอบเสื้อผ้ากลับมา และบอกว่าได้เลิกกับเมียน้อยแล้ว...
 
อะไรจะขนาดนั้น... โอ้โห..วิชาเราใช้ได้จริงๆ คงเป็นบุญของเจ้าของร้านตัดผมรายนี้ด้วย   (ผู้เขียนนึกในใจนะครับ)  ผู้เขียนมาทราบภายหลังว่า บุตรของเจ้าของร้านรายนี้เป็นเด็กออร์ทิสติกและรถของเล่นคันนั้นเป็นของที่สุดโปรดของเด็ก  เมื่อฝ่ายสามีเห็นรถเด็กเล่นในห้องนอน  คงจะมีสำนึกของความเป็นพ่อและตัดสินใจกลับมาในที่สุด

ทางสายวิชาทักษายุค มีการหาดวงชะตาบ้านจากทิศทางหน้าบ้านและประตูบ้าน สร้างรูปแบบดวงมาตรฐานขึ้นมาได้ 768 รูปดวง คล้ายๆกับทางสายฮวงจุ้ยที่มีรหัสบ้าน   เมื่อนำมาอ่านประกอบกับดาวจรปัจจุบัน  สามารถทำนายหรือปรับแก้ไขจุดบกพร่องต่างๆ ในแต่ละช่วงเวลาได้   

ตัวอย่าง บ้านของผู้เขียนเอง เมื่อผูกเป็นรูปดวงบ้านได้ตามนี้
 
             



มีอยู่ช่วงหนึ่ง ดาวเจ้าเรือนลาภะกำลังทำงาน ผู้เขียนจึงย้ายตุ่มน้ำที่อยู่หลังบ้าน (ตำแหน่งลาภะ) ออกในตอนเช้า  จากนั้นก็ออกไปเดินเที่ยวห้าง  เมื่อกลับมาถึงบ้านตอนเย็นก็พบไปรษณียบัตรสองใบจากห้างสรรพสินค้าใกล้บ้านส่งมา  ให้ลูกของผู้เขียนสองคน (ได้ไปรษณียบัตรคนละใบ) ไปรับสร้อยคอทองคำคนละหนึ่งสลึงจากทางห้างจากการที่ส่งคูปองชิงโชค    นี่ก็เป็นตัวอย่างที่ผู้เขียนใช้ปรับแก้ภายในบ้านอยู่เป็นครั้งคราว  เพื่อทดสอบวิชานั่นเอง

การจัดแต่งเครื่องเรือนหรือปรับทัศนวิสัยภายในบ้านเพื่อส่งเสริมดวงชะตาของผู้อาศัยนั้น  อาจจะอ่านผ่านสิ่งต่างๆ ได้หลากหลาย  อย่างเช่น อ่านผ่านเลขที่บ้าน หรือว่ามีสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เกี่ยวพันกับบ้านหลังที่ต้องการดูก็สามารถนำมาใช้ได้เช่นกัน   

ขอยกตัวอย่าง การอ่านเลขที่บ้านจากเว็ปที่เกี่ยวกับการพยากรณ์ที่ผู้เขียนเข้าไปตอบสักตัวอย่างหนึ่ง  ที่ ยกตัวอย่างนี้มาก็เพราะเป็นตัวอย่างที่หลายๆท่านได้เห็นเป็นพยานมาแล้ว  ไม่ได้ยกเมฆขึ้นมาเพื่อสนับสนุนบทความนี้ให้ดูน่าเชื่อถือนะครับ

เรื่องก็มีอยู่ว่า  มีผู้สนใจให้ดูว่าบ้านเลขที่ 315/152 เป็นอย่างไรบ้าง และวิธีแก้ไขอย่างไร   โดยเข้ามาถามเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2548

ก่อนที่จะตอบคำถามนั้น จำเป็นต้องเช็คข้อมูลดูก่อนว่าสิ่งที่ทำนายออกไปนั้น ถูกต้องใกล้เคียงกับสภาพจริงของผู้ที่ถามหรือไม่  โดยทำนายออกไป 3 ข้อ คือ

จากเลขที่บ้าน ผู้เขียนทำนายโดยใช้วิชาทักษายุคว่า
๑. ลูกสาวของเจ้าของคำถาม เป็นคนฉลาด กล้าแสดงออกเหมือนเด็กผู้ชาย หน้าตาค่อยข้างไปทางพ่อมากกว่าแม่
๒. น่าจะอยู่บ้านนี้มาประมาณ ๑๐-๑๑ ปี ไม่ใช่บ้านใหม่
๓. เมื่อ ๓ ปีก่อน แฟนเจ้าของคำถามไปมีกิ๊ก คาดว่าเป็นเพื่อนร่วมงานหรือคนที่อยู่ในที่ทำงานเดียวกัน ส่งผลให้แยกทางกันเมื่อปีที่ผ่านมา

ซึ่งเจ้าของบ้านหลังนี้ตอบว่า คำทายข้อ 1 และข้อ 3 ถูกต้อง   ส่วนข้อ 2 คลาดเคลื่อนไป เพราะบ้านหลังนี้เป็นบ้านใหม่ เข้าอยู่แบบซิงๆเลย และอยู่มาก็ 9 ปีกว่าแล้ว (หน้าแตกอีกแล้ว..ที่ทายคลาดเคลื่อนไปเกือบปี)  

จริงสิ..ผู้เขียนลืมไปว่า การคำนวณย้อนกลับไปในอดีตนั้น  จะนับตั้งแต่ช่วงที่ถือกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของซึ่งก็น่าจะไม่ผิดเพราะปกติเมื่อซื้อบ้านใหม่ย่อมมีการตกแต่งก่อนเข้าอยู่กันทุกราย  และบางรายใช้เวลากว่าหนึ่งปี

เนื่องจากผู้เขียนใช้วิชาทักษายุค  อาจทำให้ผู้อ่านส่วนใหญ่ไม่เข้าใจหรืออยากรู้ว่าทำไมถึงทำนายได้  ผู้เขียนจึงขอเปลี่ยนเป็นรูปดวงจักรราศีเพื่อให้ผู้อ่านพอมองเห็น ดังนี้



 



ถ้ามองผ่านดวงจักรราศี  ให้นับย้อนจากตนุลัคน์เดินกลับไปจนถึงราศีกุมภ์  ตามแนวทางชันษาจรของอาจารย์อรุณ  จะได้ ๑๐ ปี ย่างปีที่ ๑๑  เช่นกัน  ส่วนว่าทำไมถึงนับไปถึงราศีกุมภ์นั้น มีเหตุและผลอยู่ซึ่งต้องอธิบายยืดยาวเกินกว่าจะเป็นบทความสั้นๆ ได้  จึงขอละเอาไว้  ท่านผู้อ่านหลายท่านคงอ่านได้ว่าบ้านหลังนี้เปรียบเสมือนลาภะของเจ้าของคำถามนี้  ใช่ครับ..เป็นบ้านของทางฝ่ายสามีซึ่งให้เจ้าของคำถามอยู่อาศัยอยู่กับลูกสาว

หลังจากเช็คข้อมูลเบื้องต้นว่ารูปดวงนี้ถูกต้องแล้ว  ผู้เขียนได้แนะนำการจัดเครื่องเรือนเพื่อส่งเสริมด้านการงานของเจ้าของคำถาม  และแจ้งให้ทราบว่าเจ้าของคำถามนี้สามารถอยู่บ้านหลังนี้ได้อีกประมาณห้าปีก่อนที่จะย้ายออกจากบ้านหลังนี้

อย่างที่เกริ่นเอาไว้แล้วว่า วิชาว่าด้วยชัยภูมิของไทยนั้น มีอะไรหลายอย่างที่ดูพิสดารในสายตาของคนทั่วไปที่ได้สัมผัส   ส่วนท่านที่สนใจวิชาเหล่านี้ก็ขอแนะให้ศึกษาวิชาโหราศาสตร์ไทยแขนงใดแขนงหนึ่งให้แตกฉานอ่านออกบอกได้ทั้งเดิมและจรเสียก่อน  เมื่อได้ศึกษาวิชาชัยภูมินี้แล้วผู้เขียนรับรองว่า ไม่มีคำว่าผิดหวังและน่าเสียดายมากถ้าไม่ได้ศึกษาวิชาของไทยแบบนี้ครับ  .....สวัสดี